พิมพ์
เขียนโดย manager   
วันศุกร์ที่ 09 กันยายน 2011 เวลา 04:47

วัดถ้ำผาจม

          ตั้งอยู่ที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศพม่า  โดยมีแม่น้ำสาย  เป็นเส้นแบ่งเขตแดนทั้งสองประเทศ  นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปที่แม่สาย  ส่วนใหญ่เมืองมาถึงตลอดแม่สาย  ก็จะเลยข้ามฝั่งไปประเทศพม่า  ที่เรียกกันว่าฝั่งท่าขี้เหล็ก  ไปเที่ยวซื้อของพื้นเมืองของที่ระลึกต่าง อันได้แก่  หินหยก  หยกของประเทศพม่า  เป็นหยกที่ดีที่สุดเพราะมีความเป็นมันวาว    อยู่ในตัวของมันพวกเครื่องประดับต่าง   เช่น พลอยทับทิม  ตัวแหวน  สร้อยข้อมือ  ซึ่งค่าแรงงานทางฝั่งพม่า  ไทยใหญ่ถูกกว่าทางกรุงเทพฯ  และยังมีสินค้าของประเทศจีน  ที่ผ่านเข้ามาจากคุงหมิง  มาทางเชียงตุงแล้วเข้ามาวางขายที่ตลาดท่าขี้เหล็กนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เมื่อมาแล้ว  ก็จะถ่ายรูปตรงป้ายที่เขียนว่า  เหนือสุดยอดสยาม เพราะบริเวณเขต .เวียงพางคำ .แม่สาย นั้นเป็นพื้นที่ส่วนที่สูงที่สุดของประเทศไทย  ฉะนั้นวัดถ้ำผาจม  จึงเป็นวัดที่ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศไทย

างเข้าวัดถ้ำผาจม

          เมื่อมาถึงตรงบริเวณจะข้ามสะพานไปพม่านั้น  ทางด้านซ้ายมือจะมีถนนลาดต่ำ  มีป้าย  วัดถ้ำผาจนปักให้เห็นชัดอยู่ให้ขับลงไปตามถนนวิ่งไปเพียง    นาที  ก็จะถึงวัดถ้ำผาจน  ถ้าจะนั่งสามล้อก็ประมาณ  ๑๐  บาท  ต่อ    คน  ถ้าไป    คน    ก็เสีย ๒๐    บาทนะ  รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็เช่นกัน  เก็บคนละ  ๑๐ บาท   ถ้าจะเดินเข้าไปก็ใช้เวลาประมาณ  ๒๐   นาที  ถานที่ของวัดถ้ำผาจม          ตั้งอยู่ในบริเวณหุบเขาซึ่งเป็นเทือกเขายาวไปถึงพระธาตุดอยตุงเรียกกันว่าเทือกเขานางนอน  คือถ้ามองไกล  ๆ ก่อนที่จะถึงตัวเมืองแม่สายอยู่ระหว่างทางประมาณ  ๑๗  กิโลเมตร แล้วสังเกตุดูทางด้นซ้ายมือ  จะเห็นภูมเขาเป็นทิวยาวเป็นรูปหญิงนอนอยู่ ชาวบ้านจึงเรียกว่า  เขานางนอน    แต่เมื่อยืนอยู่บนเขาของวัดแล้วมองลงมาข้างล่าง  จะเห็นเป็นรูปโค้ง  โอบบริเวณวัดและบ้านเรือนแถวนั้นเป็นรูปมังกร  จากคำกล่าวของหมอซินแสชาวจีนที่ชำนาญทางด้านฮวงจุ้ยเมื่อมาเห็นแล้วชอบใจและกล่าวว่า   เป็นภูมิประเทศที่ดีมาก  ถูกต้องตามตำรา  บริเวณนี้จะต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอนอินเดีย  ได้บอกว่า  สถานที่ตั้งของวัดถ้ำผาจมคล้ายกับกรุงราชคฤห์  เมื่อมองลงมาจากภูเขาคิชณกูฎ  วัดถ้าผาจม  ตั้งอยู่บนเทือกเขามังกรตามตำราของซินแสจากเมืองจีนที่ได้เข้ามาเที่ยวชมวัดรอบบริเวณอาณาเขตของถ้ำผาจม  ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนเชิงเขา  ขึ้นไปทางบนเขาการที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างอันใด  เช่น  โบสถ์   ศาลา  ต่าง ๆ  แล้วจึง  ต้องมีการขุดเขาเพื่อปรับพื้นที่ให้เสมอราบ   สร้างความเหนื่อยยากให้กับหลวงพ่อวิชัย  เขมิโย  เอามาก  ๆ เพราะเมื่อสมัย  ๒๕๑๘   นั้น  หลวงพ่อวิชัยเขมิโย  ยังไม่มีลูกศิษย์  หรือคนรู้จักมากนัก   พอขุดเบาปรับพื้นที่ยังไม่เสร็จดีดินก็ถล่มลงมา  สมัยนั้นลำบากมาก  รอบ    บริเวณวัดถ้ำผาจมจึงเต็มไปด้วยต้นไม้ตามธรรมชาติที่จริง  กุฏิของพระภิกษุสามเณรจึงอยู่ตามป่าเขาร่มรื่นด้วยพรรณไมยืนต้นนานาชนิด  ต้อนไผ่แต่ละต้นมีขนาดใหญ่เท่าหัวเด็กความสงบเงียบเพื่อที่จะปฎิบัติธรรมจึงมีอย่างสมบูรณ์ เรียกว่าธรรมชาติช่วยหนุนอย่างเต็มที่ ประกอบด้วยพื้นที่อยู่ในเขตเหนือ  และยังติดกับทางชายแดนพม่าที่ชานเมืองยังไม่เจริญ  จึงทำให้อากาศบริสุทธิ์เย็นสบาย ถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ไม่ร้อนมากนัก  เพราะว่าลมบนเขาก็มีอยู่ตลอดกุฏิที่พักของพระภิกษุ  ซึ่งสร้างอยู่ตามเชิงเขาด้านบน  อยู่อย่างธรรมชาติตามป่าเขาอย่างสงบ ความสงบสามารถช่วยการบำเพ็ญภาวนาได้อย่างดีเยี่ยม          ผู้ที่จะหาความสงบจากธรรมชาติ  เพื่อที่จะทำสมาธิกรรมฐานแล้ววัดถ้ำผาจม  จึงสามารถเรียกได้ว่าเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งได้อย่างเต็มปากท่านที่จะมาเที่วชมวัดนี้ให้อย่างจุใจแล้วควรจะใช้เวลา    วัน จะเที่ยวได้อย่างทั่วถึง คือวันแรกเที่ยวบนเขาก่อน  ค่อย  ๆ ขึ้นไปทีละขั้น  อย่าเร็วเดี๋ยวจะเหนื่อยจะเห็นเจดีย์รูปทรงทางเชียงแสนเดิม  อยู่บนชั้นแรกของเขา  จะเห็นเป็นกุฏิเล็ก ๆ เรียกว่าเข้าไปนอนได้เพียงองค์เดียวตั้งเรียงติดพนังเขากุฏิเล็ก  ๆ นี้สำหรับฝึกไม่ให้ยึดติดกับสถานที่   ไม่ให้ยึดติดกับความสะดวกสบายบนเขาชั้นแรกนี้จะมองเห็นบริเวณส่วนหน้าของววัดได้หมด  เรียกว่ามีความสูบบนเขาชั้นแรกนี้จะมองเห็นบริเวณส่วนหน้าของวัดได้หมด  เรียกว่ามีความสูบบนเขาชั้นแรกนี้จะมองเห็นบริเวณส่วนหน้าของวัดได้หมด  เรียกว่ามีความสูงพอสมควรจะเห็นตึกที่พักของญาติโยม  ผู้ที่มาทำบุญ  ผู้ที่ทอดกฐินผ้าป่ารวมทั้งผู้ที่มาฝึกสมาธิ  หรือสัญจรผ่านไปมา  และถ้ามองทางด้านเหนือจะเห็นทิวเขาของวัดพระธาตุดอยเวา   เห็นศาลา  เห็นเจดีย์สีทองอร่ามซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่กล่าวมาข้างต้น  เป็นเทือกเขามังกร  บนเขาชั้นแรกนี้ เมื่อขึ้นไปอยู่บนเขา  จะสามารถมองเห็นฝั่งตลาดแม่สาย  และตลาดพม่าได้อย่างชัดเจน  อากาศบนเขานี้บริสุทธิ์เย็นสบายยิ่ง ถึงแม้ว่าเป็นช่วงกลางวันก็ตาม เมื่อเดินไปทางทิศตะวันตก     จะเห็นกุฏิใหญ่น้อยเรียงรายอยู่ตามเชิงเขาโดยมีต้นไม้ให้ความร่มรื่น          บางครั้งจะเห็นพระเณรออกมาเดินจงกรม  หรือออกมาทำงานให้กับวัดและเมื่อเดินไปทางทิศตะวันตก  จนถึงกุฏิตรงล้านต้นไผ่  บริเวณนี้จะมองเห็นดาดฟ้าหลังคาของตึกสูง    ชั้น  ที่บนตึกของผู้พักของฝ่ายฆราวาสลานดาดฟ้าที่กว้างนั้น  หลวงพ่อวิชัย  เขมิโย  ได้ทำไว้เป็นที่สำหรับเดินจงกรมของผู้ที่จะมาฝึกสมาธิ  บำเพ็ญภาวนาในช่วงเย็นและช่วงเช้า  จะมองเห็นผู้ที่มาปฏิบัติทั้งยืนทำสมาธิ ทั้งเดินจงกรม  อย่างสงบเป็นภาพที่น่าดูยิ่งนักประกอบกับวิวทิวทัศนีย์ภาพของเนินเขาที่อยู่ด้านหน้า  และรอบข้างนั้น  ทำให้ภาพบรรยากาศของธรรมชาติ  สวยสดเพื่อชีวิตชีวาจากธรรมชาตินั่นเอง          และที่บนดาดฟ้านี้เหมาะสมอย่างยิ่งของผู้ที่ไม่อยากเดินขึ้นเขา  ของผู้เฒ่าผู้แก่ให้ท่านเหล่านั้นขึ้นมาบนดาดฟ้านี้  ขึ้นมาชมทิวทัศน์  ของหุบเขาคุ้มมังกร  ดูพระธาตุดอยเวหาท่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม  ดูพระอาทิตย์ในยามเช้าและยามอัศดง  หรือจะดูพระอาทิตย์อัสดง  หรือจะดูแสงจันทร์  ยามราตรี   ก็ได้จะพบกับความสงบนิ่งของธรรมชาติอย่างแท้จริง  ดาดฟ้าของตึกผู้พักนี้  จึงให้คุณประโยชน์อย่างมากและยืนอยู่บนดาดฟ้านี้แล้วมองไปด้านหลังทิศใต้จะเห็นกุฏิพระตั้งเรียงรายแต่ห่างกันระดับความสูบของดาดฟ้า  จะเทียบเท่าความสูงของเขาชั้นที่    ตามที่เล่ากันมา  เมื่อมองสูงขึ้นไป  จะเห็นกฏิระชั้นที่    จะมีที่พักของพระภิกษุที่ชอบความเงียบสันโดษ  สร้างเป็นตึก    ชั้นดังรูปที่นำมาให้ชม                หลาย ๆ ท่านที่มาวัดถ้ำผา  จม เช่น มาทำบุญ  ทอดกฐินทุกปี อย่างเช่นคณะเพื่อนฝูงของผู้เขียนที่เคยมา  ๔-๕  ครั้ง  แล้วก็ตาม ยังไม่เคยขึ้นมาชมวิวบนดาดฟ้าเลยก็มีมาก  ซึ่งนาเสียดายเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะช่วงที่มีพระจันทร์เต็มดวงหรือคืนเดือนหงายจะเห็นความงามของแสงจันทร์ที่นวลตาขับความมืดของหุบเขาให้สว่างไปอีกแบบหนึร่ง  คือมองแล้วเย็นสบายตามองเห็นไฟเล็ก  ๆ ตามบ้านเรือนร้านค้าที่อยู่ไกลออกไป  ความเงียบสงัดของธรรมชาติยามราตรี  ถูกขับกล่อมด้วยเสียงจักจั่นเรไรในบางครั้งบวกกับเสียงกิ่งกังสดานที่อยู่าบนตัวโบสถ์และในยามที่เสียงใบไม้กระทบกัน  ยามเมื่อสายลมโบกพัดผ่านเย็นสบายเสมือนเสียงดนตรีของธรรชาติบรรยากาศสภาพตนอนี้เหมือนกับว่าได้มายืนอยู่อีกโลกหนึ่ง  เป็นโลกที่สงบเงียบ  อารมณ์จิตใจที่วุ่นวายขุ่นมัวกับภาระหน้าที่  การทำมาหากินได้ถูกทอดทั้งสิ้นไป  ไม่เหลือให้มาคิดกังวลเลย                การที่คนเรายืนอยู่ที่สูง  ๆ แล้วมองทอดสายตาลงไปเห็นบ้านเรือนต้นไม้ถนนหนทางย่อส่วนเล็กไปหมดนั้น  ได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่งจะ รู้สึกตัวเองว่ายิ่งใหญ่มีความภาคภูมิใจในตัวเองมากขึ้นฉะนั้นจึงกระซิบบอกว่าถ้าท่านได้มีโอกาสได้มาพักค้างคืนที่วัดถ้ำผาจมนี้แล้ว  อย่าเพิ่งเอาแต่นอนอย่าน้อย ๆ ขอให้ขึ้นมาที่ดาดฟ้าชมความงามยามราตรีเอากำไรชีวิตไว้ก่อนแล้วท่านจะหายง่วงเอง  อยากจะหลับนอนไว้นอนบนรถเพราะต้องเดินทางไกลอยู่แล้ว  ดาดฟ้านี้จึงมีประโยชน์อย่างใหญ่หลวง สำคัญอยู่ที่ว่า  ท่านรู้จักตักตวงเอากำไรไว้หรือไม่?   เมื่อเที่ยวเขาชั้น  ๒ หมดแล้ว  ถ้ายังไม่หายเหนื่อยแล้ว เขาชั้น ๓ ยังรอท่านอย่า  ชั้น  ๓ นั้นเป็นทางเดินกว้าง  ถ้าไปทางทิศตะวันตก  เส้นทางยังไม่ชันพอที่จะขึ้นไปได้อย่างสบาย ๆ จะพบกันที่พักของพระเณร  สร้างเป็นตึก    ชาน  ตรงบริเวณนี้สามารถมองทิวทัศน์ธรรมชาติได้กว้างขึ้น  เพราะอยู่สูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง                ความสูงของเขาชั้น    เมื่อมองเปรียบเทียบไปยังทิวเขาที่ตั้งของพระธาตุดอยเวาแล้ว  จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน  เห็นเจดีย์สีทองอยู่ลิบ ๆ แต่ยังชาดเจน   และถ้ามองต่ำลงมายังที่พักของฆราวาสแล้วจะเห็นลานดาดฟ้าย่อเล็กลงไป  ตามความสูงที่เราได้ขึ้นมาถึงตอนนี้แล้วจะนั่งพักใต้อาคารของพระดูวิวไปหรือขอน้ำจากพระดื่มดับกระหายก็ได้เสร็จแล้วเมื่อเดนไปอีกนิดหนึ่งจะเห็นกำแพงวัดถ้ำผาจมกั้นเป็นแนวเขตให้รู้ว่าเป็นที่ใครเขตใครเมื่อสุดเขตนี้แล้วให้หันกลับจะเห็นทางขึ้นเขาชั้นบนเป็นชั้นที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางจะโค้งโอบไปตามลักษณะ ของภูเขา  ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่มีลักษณะคล้ายกับหัวมังกร  เมื่อเดินผ่านโค้งแรกแล้ว  จะเห็นทิวทัศน์ของฝั่งพม่า  เห็นสายน้ำแม่สายที่เป็นลำน้ำแบ่งเขตแดนเห็นหมู่บ้านชาวพม่า  ซึ่งเห็นชาวบ้านเล็กขนาดตัวเท่ามด เป็นภาพที่น่าดูมาก  ประกอบกับสายลมทีพัดมาอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ไม่เหนื่อย                เมื่อมองตรงไปที่เขาพม่าจะเห็นวัดและพระพุทธรูปสูงเด่น เป็นสง่าอยู่บนยอดเขา  พระพุทธรูปองค์นี้จะมีขนาดใหญ่มาก จึงทำให้ความห่างไกลขนาดที่ยืนอยู่คนละประเทศยังมองเห็นได้เสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้เอากล้องส่งองทางไกลไปด้วยจากจุดยืนบริเวณที่ยืนอยู่บนข้างเขานี้ ยังสามารถมองเห็นตลอดฝั่งไทยให้เปรียบเทียบความเจริญของคนทั้ง  2   ประเทศ เมื่อหายเหนื่อยดูดวิวจนพอใจแล้ว  ให้เดินขึ้นเขาต่อไป  ทางจะสูงชันขึ้นไปแต่เป็นทางใหญ่เรียบ เพราะหลวงพ่อวิชัย เขาหัวมังกรนี้ฉะนั้นเส้นทางเดินจึงสามารถเดินไปได้อย่างสบาย ไม่ต้องไต่ปีน  เพียงแต่ว่าจะชันนิดหน่อยเท่านั้นเองด้านบนยังมีกุฎิพระให้เห็นอยู่เป็นระยะ ๆ  และยังใช้เป็นสถานที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ภายในวัย ที่กักเก็บน้ำมี  ๒ แห่ง ต่างระดับกันบนเขาสูงที่กำลังขึ้นไปแห่งหนึ่ง อีกที่หนึ่งอยู่ที่เขาชั้น  ๒ แต่อยู่ด้านหลังเขาหรือทางทิศใต้ตามที่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูกัน น้ำที่วัดถ้ำผาจมจึงได้มีใช้ อย่างไม่ขาดแคลนเท่าไรนัก และเดินขึ้นไปให้ถึงยอดเขาบนสุดเลยจะใช้เวลาอีกสัก  ๓๐  นาทีได้ถ้าเดินอย่างสบาย ๆ ก็ ๔๐  นาที นับจากเขาชั้น    ตรงบริเวณที่เป็นตึกพระด้านกำแพงเขตวัดถ้ำผาจม 

 

LAST_UPDATED2