<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://cri.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://cri.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://cri.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/32809</link>
<guid isPermaLink="false">029ba2f8aa3b6615db7adb67f8e3d20f</guid>
<pubDate>Wed, 05 Oct 2022 15:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดเจ็ดยอด เชียงราย เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่ ถ.เจ็ดยอด ต.เวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองเชียงรายอีกแห่งหนึ่ง มีเนื้อที่ 2 แปลง แปลงที่ 1 มีเนื้อที่ 11 ไร่ 2 งาน 94.8 ตารางวา และแปลงที่ 2 มีเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 88.2 ตารางวา<br />
ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2481 ประกอบพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2487 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2521<br />
สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรล้านนา ในรัชกาลที่ 10 แห่งรางชวงศ์ มังราย เมื่ออาณาจักรล้านนาต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าก็ถูกทิ้งร้าง</p>

<p>ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว บ้านเมืองเริ่มสงบ ร่มเย็น เป็นปึกแผ่น คนท้องถิ่นที่อพยบหนีภัยสงครามก็เริ่มเดินทางกลับถิ่นฐานเดิมของตัวเอง วัดเจ็ดยอดได้ถูกบูรณปฏิสังขรณ์ ซึ่งในขณะนั้นวัดและพระธาตุอยู่ในสภาพชำรุดผุผัง พระครูบาคันธะวังโสจึงชักชวนชาวบ้านให้ช่วยกันบูรณะเป็นวัดประจำหมู่บ้าน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2387<br />
<br />
บางตำนานกล่าวว่ามาจากในขณะที่กำลังบูรณปฏิสังขรณ์วัด ขุดพบฐานของเจดีย์ที่ตั้งเรียงกันรวมเจ็ดองค์ ในขณะที่บางตำนานกล่าวว่า บริเวณนั้นมีวัดร้างถึง 7 วัด พระครูบาฯ ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงจึงรวมวัดทั้งหมดสร้างเป็นวัดเดียว และสร้างพระธาตุเจดีย์เจ็ดยอดพร้อมทั้งให้ชื่อวัดเจ็ดยอดตามชื่อวัดโพธารามหรือวัดเจ็ดยอด ในจังหวัดเชียงใหม่ การสร้างเจดีย์ 7 องค์ เพื่อเป็นเครื่องหมายหลักธรรมของพระพุทธเจ้าที่หมายถึง อริยทรัพย์ 7 และโพชฌงค์ 7<br />
<br />
พระอุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนลักษณะทรงไทยล้านนา หลังคาลด 2 ชั้น มุงกระเบื้อง ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ มีมุขหน้า ผนังด้านนอกและด้านในลวดลายวิจิตรสวยงาม<br />
<br />
พระประธาน ในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ลงรักปิดทอง สร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2470<br />
<br />
พระธาตุเจ็ดยอด เป็นถาวรวัตถุโบราณมาแต่เดิม ไม่ปรากฏว่าสร้างเมื่อใด ได้ชำรุดทรุดโทรมมามาก ในปีพุทธศักราช 2460 ได้รับบูรณปฏิสังขรณ์ตามรูปแบบเดิม สูงตั้งแต่ธรณีถึงยอดฉัตร 53 ศอกวัดรอบด้านใต้ ด้านเหนือ 11 วา 2 ศอก ด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออก ด้านละ7 วา 3 ศอก ปีพุทธศักราช 2368 ได้ทำบุญฉลอง เมื่อ เดือน 7 เหนือ ขึ้น 15 ค่ำ วันอาทิตย์<br />
<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cri.onab.go.th/th/file/get/file/20221005e05c0c6c2077bd8ac01770ec10ad27ec153016.jpg' type='image/jpg' length='10289' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระสิงห์ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://cri.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/32804</link>
<guid isPermaLink="false">9892b8b8e21ca458e65a2516957718b6</guid>
<pubDate>Wed, 05 Oct 2022 15:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดพระสิงห์เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดเชียงราย สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ามหาพรหมพระอนุชาของพระเจ้ากือนาธรรมิกราช&nbsp;&nbsp;เจ้าเมืองเชียงใหม่&nbsp;&nbsp;สันนิษฐานว่าสร้างในราวปี พุทธศักราช ๑๙๒๘ ซึ่งเป็นช่วงที่พระเจ้ามหาพรหมได้ครองเมืองเชียงราย ระหว่างปี พุทธศักราช ๑๘๘๘ ถึง ๑๙๔๓&nbsp;&nbsp;ซึ่งคำว่า พระสิงห์นั้น&nbsp;&nbsp;หมายถึง&nbsp;&nbsp;วัดเคยเป็นที่ประดิษฐานพระสิงห์&nbsp;หรือ พระพุทธสิหิงค์&nbsp;&nbsp;ที่เป็นพระพุทธรูปที่สำคัญอันเป็นที่เคารพของชาวไทย&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันยังมีพระพุทธสิหิงส์หรือพระสิงห์เชียงแสนอีกองค์หนึ่ง ชนิดสำริดปิดทอง ประดิษฐานอยู่บนษุษบกภายในกุฏิเจ้าอาวาสให้ประชาชนมากราบไหว้สักการะถือเป็นพระพุทธรูปคู่เมืองเชียงราย</p>

<p><b>พระประธาน&nbsp;&nbsp;</b>ในพระอุโบสถ&nbsp;&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b><i>พระพุทธสิหิงค์</i></b>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(พระสิงห์หนึ่ง)&nbsp;&nbsp;เป็นพระพุทธปฏิมาศิลปะล้านนาไทย พุทธศตวรรษที่ ๒๑ ปางมารวิชัย ชนิดสำริดปิดทอง หน้าตักกว้าง ๒๐๔ เซนติเมตร สูงทั้งฐาน ๒๘๔ เซนติเมตร เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองเชียงราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถมีพุทธลักษณะสง่างาม ประณีต ที่ฐานมีจารึกอักษรธรรมล้านนาไทยว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;<b><i>กุลลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา อพยากตา ธมฺมา</i></b></p>

<p><b>พระอุโบสถ&nbsp;&nbsp;</b>สร้างขึ้นราวปีพุทธศักราช ๑๒๕๑ - ๑๒๕๒ ปีฉลู-ปีขาล เดือน ๘ ขึ้น ๑๒ ค่ำ วันเสาร์ เวลา ๑๒.๐๐ น. (พุทธศักราช ๒๔๓๒ ถึง พุทธศักราช ๒๔๓๓) รูปทรงเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทยสมัยเชียงแสน โครงสร้างเดิมเป็นไม้เนื้อแข็ง และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ให้มีสภาพสมบูรณ์ และสวยงามยิ่งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๐๔ และครั้งที่ ๒ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๓&nbsp;</p>

<p><b>บานประตูหลวง&nbsp;&nbsp;</b>ทำด้วยไม้แกะสลักจิตกรรมอย่างประณีตวิจิตรบรรจง เป็นปริศนาธรรมระดับปรมัตถ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;บานประตูมีขนาด กว้าง ๒.๔๐ เมตร ยาว ๓.๕๐ เมตร และหนา ๐.๒ เมตร</p>

<p><b>พระเจดีย์&nbsp;&nbsp;</b>เป็นเจดีย์เก่าแก่&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทย&nbsp;&nbsp;สร้างในสมัยเดียวกันกับพระอุโบสถ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายในบรรจุพระพุทธรูปทองคำ&nbsp;&nbsp;๔&nbsp;&nbsp;องค์&nbsp;&nbsp;และพระพุทธรูปเงิน&nbsp;&nbsp;๒&nbsp;&nbsp;องค์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้ง คือ ปีพุทธศักราช ๒๔๙๒ ครั้งหนึ่ง โดยท่านพระครูสิกขาลังการ เจ้าอาวาสในขณะนั้น และอีกหลายครั้งในสมัยต่อมา</p>

<p>วัดพระสิงห์&nbsp;&nbsp;ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่ ๒๒&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;พุทธศักราช ๒๕๓๖</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cri.onab.go.th/th/file/get/file/202210054ee9362fd8f457775d444461cb32c800151215.jpg' type='image/jpg' length='10676' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระแก้ว พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://cri.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/32325</link>
<guid isPermaLink="false">040fc3d08496ce07b0ff903389db37fb</guid>
<pubDate>Wed, 28 Sep 2022 10:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดพระแก้ว เชียงราย ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นวัดอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญมาตั้งแต่ปี 2521 ได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นทองเหลืองภายในวัด ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ดังนี้ (เฉพาะภาษาไทย) ประวัติวัดพระแก้ว วัดพระแก้ว แต่เดิมชื่อ วัดป่าเยี๊ยะ(ป่าไผ่) เมื่อ พ.ศ. 1977 (ค.ศ. 1434) ฟ้าผ่าพระเจดีย์จึงได้พบพระแก้วมรกต (ปัจจุบันประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง) ชาวเมืองเชียงรายจึงได้เรียกชื่อวัดนี้ว่า &quot;วัดพระแก้ว&quot; จนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อ พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็น พระอารามหลวงชั้นตรี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cri.onab.go.th/th/file/get/file/20220928ddac25748dcff8ba89613be0b372b8b7105659.jpg' type='image/jpg' length='160285' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://cri.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/646</link>
<guid isPermaLink="false">e734d95ff869db47455b1b414338eb42</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://cri.onab.go.th/cms/s10/u1/เกี่ยวกับเรา/ตราสำนักงานพระพุทธศาสนา.png" style="width: 100px; height: 120px;" /></p>

<p><strong>ดวงตราสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</strong></p>

<p>อธิบาย ตรานี้ใช้ธรรมจักรบนฐานดอกบัว เรียกว่า &quot;ไตรรัตนจักร&quot; (กงล้อ คือ พระรัตนตรัย) เป็นสัญลักษณ์แทนพระรัตนตรัย คือ<br />
(1) ดอกบัวแทนพระพุทธเจ้า ดังพระบาลีในเถรคาถาว่า &quot;พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก แต่ไม่ติดในโลกีวิสัย ดุจดอกบัวเกิดในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำ (ขุ.เถร. 26/388)<br />
(2) ดอกบัวแทนพระอริยสงฆ์ ดังพุทธวจนะในธรรมบทว่า &quot;ดอกบัวเกิดที่กองขยะที่เขาทิ้งไว้ข้างทางใหญ่ มีกลิ่นหอมรื่นรมย์ใจฉันใด ท่ามกลางมหาชนผู้โง่เขลา เป็นดุจสิ่งปฏิกูล พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยปัญญาฉันนั้น&quot; (ขุ.ธ. 25-59)<br />
(3) ดอกบัวมี 7 กลีบ เป็นสัญลักษณ์แทนดอกบัว 7 ดอก ที่เกิดขึ้นรองรับพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อคราวประสูติ หรือสัญลักษณ์แทนโพชฌงค์ 7<br />
(4) ธรรมจักร เป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม คือ อริยสัจสี่ อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา ที่ทรงแสดงในวันเพ็ญเดือน 8 วันที่พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์<br />
(5) ซี่ธรรมจักร 12 ซี่ เป็นสัญลักษณ์แทนการรู้แจ้งอริยสัจแต่ละข้อด้วยญาณ ทั้ง 3 (สัจจญาณ, กิจจญาณ, และกตญาณ) (3x4 = 12)<br />
(6) พระบาลีในธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรว่า<br />
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ = กงล้อคือพระธรรม<br />
อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงหมุนไปแล้ว ไม่มีใครหมุนกลับได้</p>

<p>ศ. พิเศษเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต<br />
29 ตุลาคม 2545</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cri.onab.go.th/th/file/get/file/20200730818f4654ed39a1c147d1e51a00ffb4cb194934.jpg' type='image/jpg' length='399616' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://cri.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/647</link>
<guid isPermaLink="false">a8b51e47589b844d7436e4fc0698047c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://cri.onab.go.th/cms/s10/u1/เกี่ยวกับเรา/ตราสำนักงานพระพุทธศาสนา.png" style="width: 100px; height: 120px;" /></p>

<p><strong>ดวงตราสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</strong></p>

<p>อธิบาย ตรานี้ใช้ธรรมจักรบนฐานดอกบัว เรียกว่า &quot;ไตรรัตนจักร&quot; (กงล้อ คือ พระรัตนตรัย) เป็นสัญลักษณ์แทนพระรัตนตรัย คือ<br />
(1) ดอกบัวแทนพระพุทธเจ้า ดังพระบาลีในเถรคาถาว่า &quot;พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก แต่ไม่ติดในโลกีวิสัย ดุจดอกบัวเกิดในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำ (ขุ.เถร. 26/388)<br />
(2) ดอกบัวแทนพระอริยสงฆ์ ดังพุทธวจนะในธรรมบทว่า &quot;ดอกบัวเกิดที่กองขยะที่เขาทิ้งไว้ข้างทางใหญ่ มีกลิ่นหอมรื่นรมย์ใจฉันใด ท่ามกลางมหาชนผู้โง่เขลา เป็นดุจสิ่งปฏิกูล พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยปัญญาฉันนั้น&quot; (ขุ.ธ. 25-59)<br />
(3) ดอกบัวมี 7 กลีบ เป็นสัญลักษณ์แทนดอกบัว 7 ดอก ที่เกิดขึ้นรองรับพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อคราวประสูติ หรือสัญลักษณ์แทนโพชฌงค์ 7<br />
(4) ธรรมจักร เป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม คือ อริยสัจสี่ อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา ที่ทรงแสดงในวันเพ็ญเดือน 8 วันที่พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์<br />
(5) ซี่ธรรมจักร 12 ซี่ เป็นสัญลักษณ์แทนการรู้แจ้งอริยสัจแต่ละข้อด้วยญาณ ทั้ง 3 (สัจจญาณ, กิจจญาณ, และกตญาณ) (3x4 = 12)<br />
(6) พระบาลีในธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรว่า<br />
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ = กงล้อคือพระธรรม<br />
อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงหมุนไปแล้ว ไม่มีใครหมุนกลับได้</p>

<p>ศ. พิเศษเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต<br />
29 ตุลาคม 2545</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cri.onab.go.th/th/file/get/file/20200730b1f62fa99de9f27a048344d55c5ef7a6195135.jpg' type='image/jpg' length='362361' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://cri.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/648</link>
<guid isPermaLink="false">a1c2fe5565b5853ddaea85044918445c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://cri.onab.go.th/cms/s10/u1/เกี่ยวกับเรา/ตราสำนักงานพระพุทธศาสนา.png" style="width: 100px; height: 120px;" /></p>

<p><strong>ดวงตราสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</strong></p>

<p>อธิบาย ตรานี้ใช้ธรรมจักรบนฐานดอกบัว เรียกว่า &quot;ไตรรัตนจักร&quot; (กงล้อ คือ พระรัตนตรัย) เป็นสัญลักษณ์แทนพระรัตนตรัย คือ<br />
(1) ดอกบัวแทนพระพุทธเจ้า ดังพระบาลีในเถรคาถาว่า &quot;พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก แต่ไม่ติดในโลกีวิสัย ดุจดอกบัวเกิดในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำ (ขุ.เถร. 26/388)<br />
(2) ดอกบัวแทนพระอริยสงฆ์ ดังพุทธวจนะในธรรมบทว่า &quot;ดอกบัวเกิดที่กองขยะที่เขาทิ้งไว้ข้างทางใหญ่ มีกลิ่นหอมรื่นรมย์ใจฉันใด ท่ามกลางมหาชนผู้โง่เขลา เป็นดุจสิ่งปฏิกูล พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยปัญญาฉันนั้น&quot; (ขุ.ธ. 25-59)<br />
(3) ดอกบัวมี 7 กลีบ เป็นสัญลักษณ์แทนดอกบัว 7 ดอก ที่เกิดขึ้นรองรับพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อคราวประสูติ หรือสัญลักษณ์แทนโพชฌงค์ 7<br />
(4) ธรรมจักร เป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม คือ อริยสัจสี่ อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา ที่ทรงแสดงในวันเพ็ญเดือน 8 วันที่พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์<br />
(5) ซี่ธรรมจักร 12 ซี่ เป็นสัญลักษณ์แทนการรู้แจ้งอริยสัจแต่ละข้อด้วยญาณ ทั้ง 3 (สัจจญาณ, กิจจญาณ, และกตญาณ) (3x4 = 12)<br />
(6) พระบาลีในธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรว่า<br />
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ = กงล้อคือพระธรรม<br />
อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงหมุนไปแล้ว ไม่มีใครหมุนกลับได้</p>

<p>ศ. พิเศษเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต<br />
29 ตุลาคม 2545</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cri.onab.go.th/th/file/get/file/2020073074071a673307ca7459bcf75fbd024e09195033.jpg' type='image/jpg' length='358832' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด (ตัวอย่างข้อมูล)]]></title>
<link>https://cri.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/649</link>
<guid isPermaLink="false">0a7625fb6e505a656247b03c6aac49c2</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://cri.onab.go.th/cms/s10/u1/เกี่ยวกับเรา/ตราสำนักงานพระพุทธศาสนา.png" style="width: 100px; height: 120px;" /></p>

<p><strong>ดวงตราสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</strong></p>

<p>อธิบาย ตรานี้ใช้ธรรมจักรบนฐานดอกบัว เรียกว่า &quot;ไตรรัตนจักร&quot; (กงล้อ คือ พระรัตนตรัย) เป็นสัญลักษณ์แทนพระรัตนตรัย คือ<br />
(1) ดอกบัวแทนพระพุทธเจ้า ดังพระบาลีในเถรคาถาว่า &quot;พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก แต่ไม่ติดในโลกีวิสัย ดุจดอกบัวเกิดในน้ำแต่ไม่เปียกน้ำ (ขุ.เถร. 26/388)<br />
(2) ดอกบัวแทนพระอริยสงฆ์ ดังพุทธวจนะในธรรมบทว่า &quot;ดอกบัวเกิดที่กองขยะที่เขาทิ้งไว้ข้างทางใหญ่ มีกลิ่นหอมรื่นรมย์ใจฉันใด ท่ามกลางมหาชนผู้โง่เขลา เป็นดุจสิ่งปฏิกูล พระสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยปัญญาฉันนั้น&quot; (ขุ.ธ. 25-59)<br />
(3) ดอกบัวมี 7 กลีบ เป็นสัญลักษณ์แทนดอกบัว 7 ดอก ที่เกิดขึ้นรองรับพระบาทของเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อคราวประสูติ หรือสัญลักษณ์แทนโพชฌงค์ 7<br />
(4) ธรรมจักร เป็นสัญลักษณ์แทนพระธรรม คือ อริยสัจสี่ อันเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา ที่ทรงแสดงในวันเพ็ญเดือน 8 วันที่พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์<br />
(5) ซี่ธรรมจักร 12 ซี่ เป็นสัญลักษณ์แทนการรู้แจ้งอริยสัจแต่ละข้อด้วยญาณ ทั้ง 3 (สัจจญาณ, กิจจญาณ, และกตญาณ) (3x4 = 12)<br />
(6) พระบาลีในธัมมจักรกัปปวัตตนสูตรว่า<br />
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ = กงล้อคือพระธรรม<br />
อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงหมุนไปแล้ว ไม่มีใครหมุนกลับได้</p>

<p>ศ. พิเศษเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต<br />
29 ตุลาคม 2545</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cri.onab.go.th/th/file/get/file/20200730d010396ca8abf6ead8cacc2c2f2f26c7195110.jpg' type='image/jpg' length='382720' />
</item>
</channel>
</rss>
